บทบาทนักบัญชียุคใหม่

บทบาทนักบัญชียุคใหม่


ในอดีต ภาพของนักบัญชีคือบุคคลที่ไม่ค่อยสมาคมกับใครเพราะวันทั้งวันเคร่งเครียดกับการ เดบิท เครดิต ตัวเลข บางครั้งใช้เวลาทั้งวันเพื่อจะควานหาตัวเลขที่ขาดหายจากบัญชีไปเพียงบาทสองบาท เพื่อให้ปิดงบลงตัว


แต่ในวันนี้เมื่อรูปแบบของการทำบัญชีได้เปลี่ยนไปสู่ การบัญชีเพื่อการจัดการ ก็เลยส่งผลให้นักบัญชีมีพัฒนาการไปไกลจากจุดเดิมเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการสำรวจความคิดเห็นของนักบัญชี ในสหรัฐอเมริกาและพบว่ามีการปรับตัวในด้านต่างๆ มากมาย จึงนำมาเล่าสู่กันฟัง ดังต่อไปนี้

ด้านภาพพจน์และการเป็นที่ยอมรับ เขา บอกว่าคนในองค์กรให้การยอมรับนักบัญชีมากขึ้น เพราะสามารถช่วยพัฒนาระบบไอทีขององค์กร และสามารถให้ข้อมูลและคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจทางธุรกิจการ สื่อสารกับแผนกอื่น ปัจจุบันนักบัญชีมีความสามารถในการสื่อสารกับผู้คนในแผนกอื่นมากขึ้น

การพัฒนาด้านบทบาทการทำงานนัก บัญชีได้เปลี่ยนบทบาทจากการทำงานอยู่แต่ในแผนกบัญชี ไปสู่การพัฒนาเป็นผู้บริหารที่ช่วยทางด้านการจัดการได้มากขึ้น ความรู้สึก ต่อบทบาทของตนเอง นักบัญชีพอใจที่จะได้รับผิดชอบทั้งด้านบัญชีและการเงิน และอยากให้ผู้อื่นมองว่าตนเองเป็นนักการเงิน มากกว่า เพราะดูทันสมัยดี

ความรู้พิเศษนอกเหนือจากบัญชี เมื่อถูก ถามว่านอกเหนือจากความรู้ในสายงานโดยตรงแล้ว เขาคิดว่าควรเสริมความรู้ทางด้านใดที่จะทำให้ก้าวหน้าขึ้น คำตอบก็คือ

การสื่อสารกับคนรอบข้าง การทำงานเป็นทีม ความสามารถในการวิเคราะห์ ความแม่นยำในหลักการบัญชี การคิดแบบนักธุรกิจ

คุณภาพชีวิต ข้อนี้ยังน่าเป็นห่วง เพราะผลสำรวจบอกเราว่าเนื่องจากงานบัญชีเป็นงานหนัก นักบัญชีจึงมักจะเลือกที่จะจมปลักอยู่กับงานมากกว่าการที่จะได้พักผ่อนแบบส่วนตัว

งานประจำวัน จากการสำรวจพบว่า งานประจำวันของนักบัญชีในปัจจุบันได้เข้ามีบทบาทเพิ่มขึ้นในงานด้านต่างๆ ดังนี้ การให้คำปรึกษาภายในองค์กร การวางแผนกลยุทธ์ ในระยะยาว การจัดการเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ การบัญชีเพื่อการจัดการ การวิเคราะห์การเงินและเศรษฐกิจ ฯลฯและเมื่อถูกถามว่า เขาคิดว่า อีก 5 ปีข้างหน้างานของเขาจะมีพัฒนาการไปทางใดเพิ่ม ขึ้น คำตอบที่ได้ก็คือ การวิเคราะห์ผลกำไรเป็นรายผลิตภัณฑ์หรือรายลูกค้า

แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

นักบัญชี ผู้ทำบัญชี สำนักงานบัญชี เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงดังต่อไปนี้จะเกิดขึ้น ในอนาคต จะใช้เวลาไปทางด้านวางแผนและวิเคราะห์มากกว่าการทำรายงาน คอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์จะมีบทบาทมาก ขึ้น จะมีบทบาทในการให้คำแนะนำเพื่อการตัดสินใจทางธุรกิจมากขึ้น

ข้อมูลข้างต้นเป็นบทบาทของนักบัญชี ยุคใหม่ ที่มีพัฒนาการไปจากเดิมมากอย่างน่าสนใจทีเดียว อย่าลืมตัดข้อความนี้ส่งให้นักบัญชีข้างตัวท่านเพื่อเขาจะได้สำรวจตัวเองว่า ได้มีการพัฒนาไปอย่างไรบ้างแล้ว

สามารถอ่านบทความน่าสนใจอื่นๆได้ ที่นี่ คลิ๊ก!!

ทความโดย : www.arip.co.th
 2416
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

แบบ ภ.ง.ด.94   : แบบแสดงรายการเพื่อยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับรายได้ที่ไม่ใช่เงินเดือนตั้งแต่เดือน มกราคม – มิถุนายน  เมื่อยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 นี้แล้วเมื่อถึงปลายปีจะต้องคำนวณภาษีเงินได้ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงธันวาคม  และยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 อีกครั้ง โดยนำยอดภาษีที่ได้ชำระแล้วตามแบบ ภ.ง.ด.94 มาหักออก
นักลงทุนควรที่ความสำคัญกับการทำความเข้าใจในงบการเงินของกิจการ โดยนักลงทุนจะต้องทราบถึงความสำคัญของงบการเงิน ว่ามีความสำคัญอย่างไร เพราะข้อมูลในงบการเงินของแต่ละกิจการนั้น จะสามารถบ่งชี้ให้เราทราบถึงโอกาสในการลงทุนโดยดูจากข้อมูลภายในงบการเงินนั้นๆ งบการเงินของบริษัท ซึ่งในบทความนี้ผู้เขียนต้องการที่จะกล่าวถึง สาระสำคัญของงบการเงินที่นักลงทุนควรที่จะต้องพิจารณา โดยมีด้วยกันอยู่ 2 รายงาน และ 3 งบ ดังนี้
ส่วนลด (Discount) หมายถึง จำนวนเงินที่ผู้ขายยอมลดให้กับผู้ซื้อ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดของผู้ขาย ในการจูงใจให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้า หรือจูงใจให้ผู้ซื้อสินค้าปริมาณมาก หรือเพื่อจูงใจให้ลูกค้าที่ซื้อสินค้าเป็นเงินเชื่อมาชำระหนี้เร็วขึ้นในการดำเนินธุรกิจซื้อ-ขายสินค้านั้น มักจะให้ส่วนลดแก่ผู้ซื้อใน 2 ลักษณะคือ
ใบกำกับภาษี (Tax Invoice) คือ เอกสารหลักฐานสำคัญ ซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มจะต้องจัดทำและออกให้กับผู้ซื้อสินค้าหรือบริการทุกครั้งที่มีการขายสินค้าหรือบริการ เพื่อแสดงมูลค่าของสินค้าหรือบริการและจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนเรียกเก็บหรือพึงเรียกเก็บจากผู้ซื้อสินค้าหรือบริการในแต่ละครั้ง
ช่วงหลังนี้เราจะเห็นว่านักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงเกิดขึ้นมามากมายพร้อมไอเดียที่พรั่งพรู ที่ทำให้เกิดเทรนด์และกระแสการใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เกิดขึ้น หลายคนประสบความสำเร็จมากจนทำให้สินค้าและบริการขายดีเทน้ำเทท่า แต่ก็ไม่วายที่อยู่ๆ  ธุรกิจที่สร้างขึ้นจะเจ๊งไปต่อหน้าต่อตาได้ มาดูกันว่าสิ่งที่เราต้องรู้ในการทำธุรกิจนั้นมีอะไรบ้างก่อนที่เราจะขายดีจนเจ๊ง
ในการประกอบธุรกิจ อาจจะมีเงื่อนไขต่างๆ ที่ตกลงกันทางธุรกิจ ทำให้บริษัทต้องตั้งประมาณการหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นเหล่านี้มักจะถูกบันทึกบัญชี เดบิต ค่าใช้จ่าย และเครดิต หนี้สินหลายท่านจึงมีคำถามในใจว่า แล้วค่าใช้จ่ายเกิดจากการประมาณการหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นเหล่านี้ สามารถรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้มั้ย หรือจะต้องบวกกลับทางภาษีเวลาที่คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลก่อนที่จะตอบคำถามประเด็นค่าใช้จ่ายทางภาษี อาจจะต้องเริ่มต้นทำความเข้าใจที่มาที่ไปของรายการนี้ในทางบัญชีกันก่อน

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์